จับแล้ว! มือปืน ตัวจริง ยิงตร.ปปส.ดับ ตร.ชุมพรคุมทำแผนนาทีลั่นไก

Posted on: สิงหาคม 10, 2018, by :

จับแล้ว มือปืน ตัวจริง ยิงตำรวจ ปปส.เสียชีวิต หลังแฟนสาวมือยิงที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ออกมาเปิดเผยว่า แฟนของตนเองไม่ได้เป็นคนลงมือยิงตำรวจ สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาสารภาพว่า เพื่อนโทรเรียกให้มาช่วย หลังถูกคู่กรณีขับรถปาดหน้า

จากกรณี ส.ต.ท.พยุงศักดิ์ ไหมดี ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปส.4 บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยานพาหนะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่บริเวณหน้าอก คอ และคาง จำนวน 8 รู จนเสียชีวิตจุดเกิดเหตุก่อนถึงปากทางเข้าไปบริษัทผลิตน้ำสลัดเเละชีสดิปหลากรสรายใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทั่ง ตำรวจสืบสวนสอบสวนจนทราบมือยิงและออกหมายจับนายมีศักดิ์ สุภาธนกิจ หรือตั้ม ต่อมานายมีศักดิ์ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว เพราะเกรงว่าจะวิสามัญฆาตกรรม จากนั้น แฟนสาวของนายมีศักดิ์ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายมีศักดิ์ไม่ใช่คนยิง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร (บก.ภ.จว.ชุมพร) พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พร้อมด้วยพล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัวนายกิตติพงษ์ หรือรักษ์ พิทักษ์สุข อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 510/109 ม.8 ต.ปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่จ.156/2561 ลงวันที่ 18 ก.ค.2561

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมอาวุธปืนลูกซองพกสั้น 1 กระบอก, กระสนุนปืนลูกซอง 6 นัด, รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กข8689 ชุมพร 1 คัน และรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน กร7959 สุราษฎร์ธานี 1 คัน สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนของชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สมภพ เชื้อทอง หน.ฉก., พ.ต.ท.ณัฐชัย พิณวานิช หน.ปปส.ฯ และพ.ต.ต.ฐิตินัฐฎ์ ศรีสังข์ สว.กก.สส.ฯ ทราบว่า พฤติการณ์ในการก่อเหตุ ส.ต.ท.พยุงศักดิ์ได้นั่งรถยนต์มากับเบาะคู่หน้าของรถเก๋ง ที่มีนายชานัฐ หรือเบส บุญชู เป็นผู้ขับขี่ออกมาจากบ้านพักที่จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหน้า จ.ชุมพร

พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาขณะที่ขับขี่ผ่านสะพานแม่น้ำหลังสวน นายชานัฐได้เปลี่ยนช่องทางเดินรถจากขวาเข้ามาซ้าย โดยที่ไม่ได้มองรถที่วิ่งมาทางซ้าย เป็นเหตุให้ผู้ขับรถกระบะซึ่งขับตามมาในช่องทางเดินรถซ้ายเกิดความไม่พอใจ แล้วได้กดบีบแตรเป็นเสียงยาวกว่า 1 นาที แล้วจึงขับขึ้นมาช่องทางรถด้านขวาในลักษณะประกบคู่ไม่ยอมแซงแต่ตีคู่ไป 400-500 เมตร ก่อนจะได้ขับเร่งแซงไปทางขาขึ้น กทม.

ต่อมานายชานัฐได้ขับรถมาจนถึงบริเวณด้านหน้าสถานีขนส่งผู้โยสารชุมพรเมือง ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ได้มีรถกระบะคันดังกล่าวขับมาประกบอีก นายชานัฐก็ขับมุ่งหน้าไปทางสี่แยกปฐมพร เมื่อใกล้สี่แยกปฐมพร ผู้ขับขี่รถกระบะได้ลดกระจกลงพร้อมตะโกนว่า ให้จอดรถ นายชานัฐได้ขับต่อไปอีก 500-600 เมตร รถกระบะได้เข้ามาเบียดและปาดหน้า ส.ต.ท.พยุงศักดิ์ จึงบอกให้หยุดรถตรงที่เกิดเหตุ

พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากนั้น คนขับรถกระบะได้จอดรถด้านหน้า แล้วเดินเข้ามาหานายชานัฐ แล้วเคาะกระจกฝั่งคนขับ พอนายชานัฐลดกระจก คนขับรถกระบะได้ชกต่อยนายชานัฐผ่านช่องกระจกเข้าที่ใบหน้าของนายชานัฐ 4-5 ครั้ง จนนายชานัฐต้องปิดกระจก

จากนั้น คนที่ขับรถกระบะได้อ้อมไปข้างหลังรถของนายชานัฐได้มองเห็นมีรถยนต์เก๋งจอดปิดท้ายอยู่อีก 1 คัน ในขณะนั้นนายชานัฐ เห็น ส.ต.ท.พยุงศักดิ์ได้ลงจากรถเพื่อเจรจา จากนั้น นายชานัฐได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แล้วเห็นว่า ส.ต.ท.พยุงศักดิ์ ล้มลง แล้วก็เห็นคนขับรถกระบะวิ่งขึ้นรถแล้วขับหนีไป โดยมีรถเก๋งขับตามไปพร้อมกัน นายชานัฐ จึงแจ้งตำหนิรูปพรรณคนร้ายและรถยนต์ ให้ สภ.เมืองชุมพร ทันที

พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน กข8698 ชุมพร ทราบว่าเจ้าของรถเป็นของนางนิสิทธิ์ สุภาธนกิจ เมื่อตรวจสอบบุคคลภายในบ้านพบมีบุคคลที่มีลักษณะตามที่นายชานัฐกล่าว และได้เอาภาพให้นายชานัฐดู ก่อนจะยืนยันว่านายมีศักดิ์ซึ่งเป็นบุคคลตามภาพคือชายที่ขับรถกระบะคันก่อเหตุ จนนำไปสู่การออกหมายจับนายมีศักดิ์

ซึ่งหลังจากพนักงานสอบสวนออกหมายจับแล้ว นายมีศักดิ์ก็เดินทางเข้ามอบตัว โดยได้ให้การว่า อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ไม่ได้เป็นคนลงมือยิง พร้อมให้การซัดทอดว่าเพื่อนของตนเองซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งที่จอดปิดท้ายเป็นผู้ลงมือ จากนั้น ชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบว่า รถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน คันดังกล่าว เป็นของนายกิตติพงษ์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ

พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยพนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวได้ที่ ห้องเช่าในซอยกรมหลวงชุมพร 4/3 เขตเทศบาลเมืองชุมพร สอบสวนนายรักษ์ ให้การว่า นายตั้มได้โทรศัพท์มาหาแล้วบอกว่า “มีคนขับรถปาดหน้าออกมาช่วยที” จึงได้ขับรถออกมารอและขับประกบปิดท้ายไปยังที่เกิดเหตุ โดยอาวุธปืนเป็นของตนเองและได้นำติดตัวไปด้วย ก่อนจะลงมือยิงและหลบหนีไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *