ขับรถติดตราศาสนา อ้างช่วยเด็กหมู่บ้านห่างไกล ล่าสัตว์สงวนตายเรียบ!

Posted on: มีนาคม 7, 2019, by :

ล่าสัตว์ / เวลา 16.00 น. วันที่ 6 มี.ค.ที่ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าดอยพระบาทที่ 2 ท้องที่บ้านอิ่วเมี่ยน-บ้านวังหลวง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง นายวาทิต ปัญญาคม นายอำเภอเมืองลำปาง พร้อมด้วยนายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง นายชูเกียรติ พงษ์ศิริวรรณ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง พ.ต.ท.วิเชียร ใจสันกลาง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง

ร่วมกันเข้าตรวจสอบและทำการสอบสวน ชายจำนวน 4 ราย คือ นายสนิท ทูตพิทักษ์ อายุ 45 ปี อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นายเบญญามินทร์ จินตนากอง อายุ 43 ปี อ.เมือง จ.ลำปาง นายชัยพร บุญเขตอุดร อายุ 27 ปี อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และนายสิทธิชัย ดิศรี อายุ 23 ปี อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่าดอยพระบาท จับกุมตัวไว้ได้ขณะลักลอบเข้าไปในป่า พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนอัดลมยาวจำนวน 2 กระบอก พร้อมซากกระรอกบินเล็กแก้มขาว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 8 จำนวน 9 ตัว

โดยก่อนหน้านี้ ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เมือง เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.32 เจ้าหน้าที่ทหารพราน และจิตอาสา ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันผู้ที่จะลักลอบเข้าไปเผาป่า

กระทั่งพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน นข 6038 ลำปาง ขับผ่านมา โดยที่ข้างประตูรถติดโลโก้ของคริสจักรไทยลำปาง ได้ขอขับผ่านเข้าไปในหมู่บ้านโดยอ้างว่าจะเข้าไปทำกิจกรรมให้เด็ก

แต่ผ่านไปสักพักทางผู้นำหมู่บ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นในป่า จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่รีบตามเข้าไปดู จนกระทั่งเจอชายทั้ง 4 คน พร้อมกับอาวุธปืนสูบลม 2 กระบอก จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่จุดตรวจ พร้อมกับทำการตรวจค้นภายในรถ จนพบซากกระรอกบินซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งบริเวณแค็ปด้านหลัง ตรวจนับได้รวม 9 ตัว และหนึ่งในนั้น เป็นลูกชายเจ้าของร้านเทปใส และสก๊อตเทปรายใหญ่แห่งหนึ่ง

ทั้ง 4 คนให้การว่าได้เข้าไปยิงกระรอกเพื่อจะนำไปทำอาหารรับประทาน โดยไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ทำการปิดป่า แต่เนื่องจากกระรอกบินเล็กเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 8 เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ และความผิดฐานบุกรุกป่าตามประกาศของจังหวัดลำปาง

ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำทั้ง 4 คนไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ปรากฏว่าพบปัสสาวะสีม่วงจำนวน 3 คน จึงได้คุมตัวดำเนินคดีกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *