กร่างโคตร! แก๊งโจ๋เถื่อน ยกพวกล้อม 2 หนุ่มกำลังแจ้งความ สั่งกราบตีนบนโรงพัก ผู้การฯคาดโทษ

Posted on: มกราคม 21, 2020, by :

สั่งกราบตีนบนโรงพัก วันที่ 20 ม.ค. ที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี และ นายบี (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งถูกคู่กรณีตามไปเอาเรื่องถึงบนโรงพัก ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดย นายบี กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วานนี้ (19 ม.ค.) ตนและเพื่อนไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งย่านเจเจมาร์เก็ตติดกับโรงงานผลิต เทปใส,เทปกาว ต.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่

ระหว่างกำลังเดินเข้าไปในร้านเจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 3 คน ยืนอยู่หน้าร้าน แล้วจู่ๆ ก็เดินเข้ามาหาเรื่องถามว่า มองหน้าทำไม แล้วเกิดมีปากเสียงท้าทายกัน จากนั้นก็เกิดการชกต่อยกันนอกร้าน ซึ่งยอมรับว่าตนเป็นคนเปิดฉากชกคู่กรณีก่อน กระทั่งเกิดการชุลมุน หลังจากนั้นก็มีคนที่อยู่ในเหตุการณ์และตำรวจเข้ามาห้าม ก่อนกลุ่มคู่กรณีจะแยกย้ายหลบหนีไป

จากนั้นตนกับเพื่อนจึงเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก หลังจากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. มีกลุ่มคู่กรณีประมาณ 5 คน เดินเข้ามาหาตนกับเพื่อนในโรงพัก ซึ่งจังหวะนั้นไม่มีตำรวจอยู่ คู่กรณีได้ใช้เท้าวางบนเก้าอี้ข่มขู่ แล้วบอกว่า “กราบตีนกู ขอโทษกู เรื่องจบ” แต่ตนไม่ยอม จึงถูกคู่กรณีใช้เก้าอี้ฟาดตนกับเพื่อน ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาห้ามและไล่คู่กรณีกลับ แต่ผ่านไปประมาณ 10 นาที กลุ่มคู่กรณีก็พาพวกมาอีกประมาณ 20 คน ดักรอพวกเขาอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ตนกับเพื่อนจึงวิ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นบนของโรงพักอีกหลายชั่วโมง ก่อนที่ตำรวจจะไล่ให้กลุ่มคู่กรณีกลับ

เบื้องต้นตำรวจระบุว่า สาเหตุมาจากกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย มีเรื่องทะเลาะกันที่ร้านเหล้า และอีกฝ่ายสู้ไม่ได้ทำให้ไม่พอใจจึงตามมาทำร้ายคู่กรณีที่สถานีตำรวจต่อ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตำรวจที่เข้าเวรอยู่ได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ จึงมีตำรวจประมาณ 2 นายอยู่ที่โรงพัก และพยายามเข้าระงับเหตุไว้ ซึ่งได้เรียกตัวผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุก็ได้นำตัวทั้ง 2 ฝ่ายมาดำเนินคดี และปรับความเข้าใจกัน แต่ด้วยอาการมึนเมาของทั้ง 2 ฝ่ายทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นอีกต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่บนโรงพัก จนต้องให้สายตรวจ และ อส.เข้ามาควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากแต่ละฝ่ายมีการเรียกพรรคพวกมากันจำนวนมาก โดยเฉพาะฝั่งหนึ่งที่มีพวกมากกว่า จนตำรวจต้องใช้เวลาควบคุมสถานการณ์ไว้ก่อนที่จะมีการปล่อตัวทั้ง 2 ฝ่ายไปก่อนเพื่อให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อนจะเรียกมาดำเนินคดี

“แม้จะเป็นการทะเลาะวิวาทเหตุจากความมึนเมาก็ตาม แต่มีการขึ้นไปก่อเหตุกันต่อบนโรงพักซึ่งถือเป็นบ้านของเจ้าหน้าที่เอง และตำรวจก็จะต้องมียุทธวิธีในการควบคุม และประเมินสถานการณ์ต้องไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นบนโรงพัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ตอนนี้ได้คาดโทษผู้กำกับสถานีและรองผู้กำกับปราบปรามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ปรับปรุงการทำงาน ขณะเดียวกันได้สั่งกำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากคู่กรณ่ที่ก่อเหตุหน้าสถานบันเทิงแล้ว ทุกคนที่ก่อเหตุบนโรงพักเองก็จะต้องดำเนินคดีให้ครบทุกคนด้วยเช่นกัน” พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าว


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *