โจรสุดแสบ บุกมาเป็นแก๊ง ตัดสายสัญญาณเตือน ยกตู้เอทีเอ็มไปทั้งตู้ ซิ่งกระบะหนี

Posted on: มีนาคม 14, 2020, by :

วันที่ 13 มี.ค. ร.ต.อ.มงคล วิงวอน รองสว.(สอบสวน) สภ.น้ำเป็น จ.ระยอง รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน โจรกรรมตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน หน้าร้านขายวัสดุก่อสร้างน้ำเป็นคอนกรีต ริม ถ.เขาดิน-เขาชะเมา ม.1 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการระยอง เดินทางไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน สภ.น้ำเป็น และ กก.สส.ภ.จว.ระยอง

ที่เกิดเหตุพบตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ด้านหน้าร้านหายไปทั้งตู้ เหลือแต่โครงตู้เอทีเอ็ม ตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้เครื่องตัดเหล็กตัดกุญแจออก ก่อนจะงัดประตูด้านหลังตู้เข้าไป ตัดสายสัญญาณก่อนจะยกตู้ออกไปทั้งตู้ และยกขึ้นรถกระบะแบบโหลดเตี้ย โตโยต้า สีบรอนซ์ ประตูติดด้านข้างสีดำ ไม่ทราบทะเบียนขับออกไปทางถนนสุขุมวิท อย่างรวดเร็ว

จากการสอบสวนนายอดุลย์ สระแก้ว อายุ 46 ปี พนักงานร้านจำหน่าย กล่องลูกฟูก,กล่องลูกฟูกม้วน ให้การว่า เวลาประมาณ 01.00 น .วันที่ 13 มี.ค.ได้ยินเสียงดังมาจากตรงร้านมจึงเปิดประตูห้องพักที่ห่างจากตู้เอทีเอ็มประมาณ 50 เมตรออกมาดู เห็นมีชายฉกรรจ์ประมาณ 7 คน ใข้ไฟแก๊สตัดกุญแจ แล้วก็มีการงัดประตูเข้าไป ก่อนจะช่วยกันงัดตู้เอทีเอ็ม

หลังจากนั้นทั้งหมดก็ช่วยกันยกตู้เอทีเอ็มขึ้นไปบนรถกระบะที่จอดรออยู่หน้าร้าน เห็นเพียงด้านข้างของตัวรถ เป็นรถกระบะสีบรอนซ์เงิน ยี่ห้อโตโยต้า ตรงประตูมีการติดสติ๊กเกอร์สีดำ ก่อนจะขับหนีมุ่งหน้าออกถนนสุขุมวิท ขณะเกิดเหตุตนเองเตรียมจะโทรแจ้งเจ้าของร้านแต่ปรากฏว่าเงินโทรศัพท์หมด จึงไม่กล้าออกไป รอจนกระทั่งคนร้ายไปแล้วรีบวิ่งไปบอกเจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้าง

ด้านนายสมควร บุญเกิด เจ้าร้านวัสดุก่อสร้าง ได้ เปิดเผยว่า ตรงบริเวณหน้าร้านมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่บริเวณตู้เอทีเอ็ม แต่พบว่าคนร้ายได้ใช้ไม้ดันกล้องวงจรปิดให้หงายขึ้นไปด้านบนหลังคาก่อนลงมือก่อเหตุ ส่วนภาพกล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่งสามารถบันทึกภาพคนร้ายซึ่งมีประมาณ 5-7 คน ช่วยกันลงมือใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง ก่อนจะยกตู้ขึ้นรถ ส่วนรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเห็นเพียงด้านข้างเท่านั้น คาดว่าเป็นรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ประตูติดสติ๊กเกอร์สีดำ ไม่เห็นทะเบียน

ขณะเดียวกัน นางดรุณี บุราณรัตน์ ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาแกลง จ.ระยอง ธนาคารเจ้าของตู้เอทีเอ็ม พร้ิมเจ้าหน้าที่ บริษัทการ์ดฟอช มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวคนร้ายได้ตัดสายสัญญาณเตือนออกก่อนก่อเหตุ จึงทำให้สัญญาณไม่เตือน ส่วนจำนวนเงินที่บรรจุไว้เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ทั้งหมด 534,100 บาท เงินสดที่ได้ไป ประกอบด้วย แบงก์ 100 เป็นเงิน 26,600 บาท แบงก์ 500 เป็นเงิน 80,500 บาท แบงก์ 1,000 เป็นเงิน 427,000 บาท ซึ่งได้ถูกยกหายไปทั้งหมด

ต่อมา พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมเรียกประชุมเจ้าหน้า ที่ตำรวจ เพื่อหาเบาะแสคนร้าย เบื้องต้นได้กระจายกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พร้อมทั้งตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ เพื่อล่าตัวคนร้ายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *