ภาพสะเทือนใจ “พ่อครูเต้ย” ยังช็อกไม่พูดกับใคร เอาแต่นอนกอดรูปรอรับศพลูกชาย

Posted on: ธันวาคม 16, 2020, by :
ภาพสะเทือนใจ "พ่อครูเต้ย" ยังช็อกไม่พูดกับใคร เอาแต่นอนกอดรูปรอรับศพลูกชาย

พ่อครูเต้ย วัชรไกร ศิิลปินภูไท ยังช็อกไม่พูดกับใคร ไม่ยอมกินข้าว เอาแต่นอนกอดรูปรอรับศพลูกชาย

จากกรณีรถบัสของวงหมอลำศิลปินภูไทเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนถนนวงแหวนกาญจนาตะวันออก(มอเตอร์เวย์) หลัก กม.ที่ 32 +700 มุ่งหน้าบางประอิน แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ หลังกลับจากแสดงที่ตลาดปัฐวิกรณ์ ถนนนวมินทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 28 ราย เมื่อช่วงดึกวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

ซึ่งในหนึ่งผู้เสียชีวิตคือ นายวัชรไกร เย็นวัฒนา อายุ 28 ปี หรือ ครูเต้ย ผู้จัดการวงและครูสอนเต้นรำคณะศิลปินภูไท สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและเพื่อน รวมทั้งแฟนหมอลำศิลปินภูไทอย่างมาก โดยญาติๆต่างจัดเตรียมสถานที่รอรับศพ รวมทั้งนายวีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ หัวหน้าคณะวงหมอลำศิลปินภูไทได้เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวครูเต้ยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 210 บ้านท่าแสง ม.7 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนายวัชรไกร เย็นวัฒนา  อายุ 28 ปี หรือครูเต้ย ผู้จัดการวงและครูสอนเต้นรำคณะศิลปินภูไท ยังคงมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน รวมทั้งเพื่อนในคณะหมอลำเดินทางมาให้กำลังใจ นายเกรียงไกร เย็นวัฒนา อายุ 58 ปี และนางสาวสถาพร อนุศาสตร์ อายุ 54 ปี พ่อและแม่ครูเต้ยกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความโศกเศร้า โดยเฉพาะนายเกรียงไกร ผู้เป็นพ่อที่ยังคงเสียใจและช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ยอมกินข้าว ได้แต่นอนห่มผ้ากอดภาพถ่ายรอรับศพลูกชายที่คาดว่าจะเดินทางมาถึงในช่วงเย็นวันนี้

ด้านนางสาวสถาพร อนุศาสตร์ อายุ 54 ปี กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ตนและสามีก็ยังคงทำใจไม่ได้ที่สูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะสามี หลังทราบข่าวมีการช็อก ไม่พูดจากับใคร และไม่ยอมกินข้าว ตนและญาติๆรวมทั้งเพื่อนๆ พยายามปลอบใจและให้กำลังกัน ทำให้สามีดีขึ้นบ้างยอมกินข้าวได้ 2 คำ แต่ก็ยังนอนห่มผ้าและกอดภาพถ่ายของครูเต้ยไว้ตลอดเวลารอรับศพลูกชาย ซึ่งคาดว่าน่าจะเดินทางมาถึงช่วงเย็นวันนี้

นางสาวสถาพร กล่าวว่า ครูเต้ยเป็นลูกชายคนโต หลังส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จากนั้นก็ได้ทำตามความใฝ่ฝันและหาประสบการณ์ ไปทำงานเป็นนักแสดงหน้าเวที และนักเต้นรำที่กรุงเทพฯ ก่อนที่พ่อหมอลำวีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ ซึ่งเป็นเพื่อนกับสามี ได้ชวนมาอยู่ในคณะหมอลำศิลปินภูไท พร้อมกับให้ทำหน้าที่เป็นครูฝึกสอนเต้นรำ และผู้จัดการวง รวมทั้งร้องเพลง และรำแสดงหน้าเวทีด้วย ซึ่งครูเต้ยเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นลูกกตัญญู มีนิสัยร่าเริง อัธยาศัยดี และกำลังสร้างบ้านให้พ่อและแม่อยู่อาศัย

อีกทั้งล่าสุดทราบว่าวีระพงษ์ วงศ์ศิลป์ กำลังจะปั้นให้เป็นหมอลำดาวเด่น และจะให้เป็นกำลังหลักในการบริหารจัดการวง แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนทำให้ตนและสามีเสียใจอย่างมาก รวมทั้งบรรดาแฟนวงหมอลำศิลปินภูไทต่างรู้สึกเสียใจเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *