เจอหลักฐานใหม่! ปมยิง ‘ร.ท.’ ดับคาค่าย ย้าย ผบ.มทบ.210 พบต้องสงสัย 1 ราย

Posted on: กุมภาพันธ์ 12, 2021, by :
เจอหลักฐานใหม่! ปมยิง 'ร.ท.' ดับคาค่าย ย้าย ผบ.มทบ.210 พบต้องสงสัย 1 ราย

เจอหลักฐานใหม่! ปมยิง ‘ร.ท.’ ดับคาค่าย ไล่วงจรปิดร้านชำ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งย้าย ผบ.มทบ.210 ช่วยราชการ ตร.ตั้ง 2 ปม พบต้องสงสัย 1 ราย

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธบุกยิง ร.ท.รุ่งเฉลิม พันธ์สวัสดิ์ อายุ 34 ปี หัวหน้าหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 210 (มทบ.210) จำนวน 3 นัด เสียชีวิตในค่ายทหาร ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 12 ก.พ.64 พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม ได้ระดมชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ชุดสืบสวน บก.ภ.จว.นครพนม และชุดสืบสวนภาค 4 ลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึก พร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรายละเอียด เพื่อเร่งสืบสวนหาหลักฐาน ติดตามแกะรอยคนร้ายมาดำเนินคดี

เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลภายในหน่วย มทบ.210 พบว่าวันเกิดเหตุช่วงเย็น ร.ท.รุ่งเฉลิม ได้ขับรถยนต์พา น.ส.กรณิศฐ์ฐา อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ออกไปทำธุระในเมืองนครพนม ก่อนกลับเข้ามาในหน่วย เพื่อขี่รถจยย.ที่จอดไว้ที่หมวดดุริยางค์ และให้ภรรยาขับรถเก๋งกลับบ้านพักก่อน

ขณะที่ ร.ท.รุ่งเฉลิม ขี่จยย.ไปบนถนนใกล้กับโรงรถภายในค่าย ได้มีคนร้าย 1 คน ขี่รถจยย.ประกบยิง 3 นัดซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามือปืนใช้เส้นทางประตูด้านหลังค่าย ที่อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงหลบหนี เนื่องจากอาจจะทราบดีว่าบริเวณนี้ไม่มีเวรยามเฝ้า

อาจเข้าใจผิดเรื่องจยย.

ส่วนประเด็นและการสังหารในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ 4 ประเด็นคือ ความขัดแย้งภายในที่ทำงาน และผู้บังคับบัญชาของ ร.ท.รุ่งเฉลิม เพราะเคยมีปัญหาขอย้ายออกจากพื้นที่มาก่อนหน้านี้ แต่อยู่ระหว่างรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ประเด็นชู้สาว เพราะผู้ตายเป็นทหารหนุ่มหน้าตาดี มีความสามารถในการเล่นดนตรี เรื่องยาเสพติด และเรื่องการยิงผิดตัว เนื่องจากภรรยาของ ร.ท.รุ่งเฉลิม ให้ข้อมูลว่ารถจยย.ที่ ร.ท.รุ่งเฉลิม ใช้ เหมือนกับรถจยย.ของคนในค่ายเดียวกัน 3-4 คัน ขณะที่ภรรยายืนยีนว่าสามีไม่ใช่เป็นคนเจ้าชู้

ขณะที่ น.ส.กรณิศฐ์ฐา กล่าวว่า ตนยังคาใจและคิดไม่ออกว่าการตายของสามีมาจากอะไร เพราะสามีไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับใครมาก่อน ส่วนปมชู้สาวหลังแต่งงานมา 7-8 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 6 ขวบ อยู่กินกันก็แค่ทะเลาะเรื่องเล็กน้อย สามีเป็นคนรักครอบครัว อาจมีผู้หญิงเข้ามาพูดคุยสนิทสนมกับสามีบ้าง เพราะเป็นคนอัธยาศัยดี อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ก่อเหตุเข้าใจผิด

ส่วนประเด็นที่แสดงออกถึงความไม่พอใจผู้บังคับบัญชาของสามีนั้น ยอมรับว่าได้เคยพูดจาไม่พอใจผู้บังคับบัญชาจริง หลังสามีถูกยิงเสียชีวิต แต่ไม่ได้ปรักปรำใคร เป็นเพียงอารมณ์ช่วงที่เสียใจ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของสามี อาจมีเรื่องเดียวที่เคยมีปัญหากับผู้บังคับบัญชา คือกรณีก่อนนี้ที่สามีตนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในเรื่องการเบิกจ่ายน้ำมันของหน่วยไปราชการ ที่ไม่ตรงตามระเบียบ ไม่มีเจตนาทุจริต แต่เรื่องนี้มีการชี้แจงจบไปแล้ว และไม่ได้มีการลงโทษขั้นรุนแรง ตนเชื่อว่ามีเบื้องหลังแน่นอน


ด้าน พล.ต.สามารถ จินตสมิทธิ์ ผบ.มทบ.210 กล่าวว่า ผู้ตายเป็นนายทหารอีกคนหนึ่งที่ตนรักและชื่นชมในฝีมือทำงาน เมื่อมีปัญหาบางครั้งตนได้แค่กว่ากล่าวตักเตือน เป็นเรื่องของการทำงานที่บกพร่อง เช่นนำเครื่องดนตรีของหลวงไปใช้นอกภารกิจ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาขั้นรุนแรงและไม่เคยมีอคติกับลูกน้อง ส่วนคนร้ายเชื่อว่าอาจจะเป็นคนภายในที่มีการเตรียมการมาอย่างดี และรู้ช่องทางการหลบหนี

แม่ทัพภาค 2ย้าย ผบ.มทบ.210

ขณะที่ พล.ท.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นทางหน่วยต้นสังกัดได้ประสานและอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าไปสืบสวนสอบสวน รวมรวมหลักฐานในทางคดีเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กองทัพภาคที่ 2 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง เพื่อหาข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการดำเนินการช่วยเหลือ การจัดเตรียมพิธีศพ ดูแลด้านสิทธิกำลังพลตามระเบียบของทางราชการ

ตนจึงได้มีคำสั่งให้ พล.ต.สามารถ จินตสมิทธิ์ ผบ.มทบ.210 มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 เป็นการชั่วคราว จนกว่าคณะกรรมการจะสอบสวนแล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะสอบสวนสาเหตุความบกพร่องในการรักษาความปลอดภัยในบริเวณค่าย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้บังคับการกองร้อยรักษการณ์ ทหารที่อยู่เวรในวันเกิดเหตุว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในค่ายได้

เจอหลักฐานใหม่-เช็ควงจรปิดร้านชำ

หลังคนร้ายก่อเหตุ ทางผู้บังคับบัญชาของหน่วย มทบ.210 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ปูพรมตรวจเพื่อหาวัตถุพยานที่จะเชื่อมโยงหาตัวคนร้าย บริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พบกระป๋องเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง มีทั้งกระป๋องเก่าและใหม่ถูกโยนทิ้งในพุ่มไม้ นอกจากนี้ยังพบก้นบุหรี่ จึงได้ตรวจสอบพบว่าในค่ายพระยอดเมืองขวาง มีร้านขายของชำอยู่เพียงแห่งเดียว ชุดสืบสวนสอบสวนจึงไล่เช็คกล้องวงจรปิด ที่อยู่ใกล้ร้านขายของชำไปตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด เพราะเกรงจะกระทบต่อรูปคดี

โดยในชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนอยู่ในค่าย ที่รู้ช่องทางการหลบหนี รวมถึงรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดี อีกทั้งภายในค่ายแห่งนี้ยากที่จะมีคนนอกเข้ามาก่อเหตุ เพราะมีการเข้มงวดตรวจสอบบุคคลเข้าออกตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนประเด็นการเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่ ความขัดแย้งส่วนตัว และปมชู้สาว เพราะผู้ตายมีบุคลิกหน้าตาดี พูดจาสนุกสนาน สำหรับประเด็นความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชานั้น ทางหน่วยยืนยันว่าไม่มีปมขัดแย้งถึงขั้นที่จะเป็นสาเหตุการเสียชีวิต และการลงโทษก็แค่ภาคทัณฑ์ว่ากล่าวตักเตือน

เจอผู้ต้องสงสัย 1 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสำนวนการสอบสวน และเดินไปตรวจที่เกิดเหตุในค่ายพระยอดเมืองขวาง ต.กุรุคุ อ.เมือง ส่วนการผ่าพิสูจน์ศพ เพื่อพิสูจน์หัวกระสุนปืนว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนชนิดใด ซึ่งจะทราบผลในบ่ายวันนี้ ส่วนผู้ต้องสงสัยเจ้าหน้าที่พบแล้ว 1 คน มียศ “จ่า” ผ่านการฝึกยุทธวิธีมาอย่างโชกโชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *